ShoutMix chat widget

Technology

Packaing & Eco World

posted on 15 Oct 2009 23:26 by mystery88  in Technology

Packaing เป็นอะไรที่ดึงดูดดคนให้ซื้อของ และเสริมตัวสินค้าให้น่าซื้อ ในขณะที่ใครๆก็พยายามออกมาบอกรักษาโลก พอเอาเข้าจริง สินค้าที่ไม่ได้ห่อให้เปลืองวัสดุ กลับไม่ค่อยมีใครอยากจะซื้อ แต่พอห่อมาก็แกะทิ้งเสียของกลายเป็นขยะไปเปล่าๆ

เลยอยากขอความเห็นจากชาว exteen ว่าถ้าสินค้าต้องมีห่อบรรจุ ควรจะเป็นแบบไหนที่จะเรียกว่ารักษ์โลกจริงๆ

ในมุมของเราจะเป็นในลักษณะของ ห่อสินค้าที่เอาไปใช้ได้อีก อย่างพวกกล่องที่ไม่ใช่กระดาษ หรือถ้าจะเป็นกระดาษก็เป็นชนิดพิเศษที่เก็บได้นานไม่แพ้พลาสติก ข้อเสียคือภาระจะไปลงที่คนซื้อเพราะจะต้องลงทุนเพิ่มในส่วนของการบรรจุสินค้า

หรือ วิธีที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของ (ถ้าคิดว่าทำได้) ^^

edit @ 15 Oct 2009 23:36:46 by Mystery88

สัญลักษณ์รีไซเคิลมีเขียนอยู่สองประเภทหลักคือ

1. Recyclable วัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เป็นวัสดุที่ผลิตมาจากวัตถุดิบเฉพาะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ หรือเป็นการรีไซเคิลในกลุ่มของวัสดุประเภทเดียวกัน

2. Recycled หมายถึง วัสดุที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบที่นำมารีไซเคิล

ตามมาตรฐานโลกในส่วนของการอนุรักษ์ได้ระบุเกี่ยวกับการลงสัญลักษณ์รีไซเคิลบนบรรจุภัณฑ์ไว้ด้วย หาดูได้ใน ISO 14021 เกี่ยวกับ ฉลากบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (ISO 14021: Environmental Labels and Declarations-Self-declared Environmental Claims)

รูปสัญลักษณ์รีไซเคิลบอกอะไร

หรือ หมายถึงว่าส่วนของบรรจุภัณฑ์นั้นๆ อาจะเป็นทั้งหมด หรือแค่ฉลาก สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่... จะหมายถึงว่า วัสดุนั้นๆมาจากการรีไซเคิล และถ้ามีเปอร์เซ็นต์ อยู่ตรงกลางแบบนี้ คือตัวที่บอกว่ามีการนำส่วนที่รีไซเคิลมาใช้ทำมากน้อยแค่ไหน แล้วยังมี ที่ไม่แน่ใจว่าต่างกับสองอันมะกี้ยังไง รู้แค่ว่าใช้รูปเหมือนสองอันแรกที่เอามาให้ดูเลย เพิ่มวงกลมมาใส่ด้วย เลยมาจัดอยู่ในกลุ่มที่สองนี้ คือส่วนที่จะบอกว่า วัสดุนั้นๆ มีส่วนที่รีไซเคิลมาเท่าไหร่เหมือนกันกับที่ล้อมเป็นสีดำ (อาจจะเป็นสีอื่นก็ได้ แต่มาในลักษณะนี้)

โอกาสหน้า (เมื่อไหร่ไม่รู้) จะมาพูดถึงสัญลักษณ์รีไซเคิลต่อ หุหุ

THX ข้อมูลและรูปประกอบจาก http://www.earthodyssey.com/symbols.html

edit @ 17 Sep 2009 21:23:32 by Mystery88

[TAG] กระเป๋า ตอนที่ 2

posted on 26 Jul 2009 13:23 by mystery88  in Sports, Technology

ภาคนี้เป็นกระเป๋าที่ใช้เฉพาะงาน แบ่งเป็นสองกลุ่มคือ กระเป๋าไอที กับกระเป๋ากีฬา ที่เวลาไปข้างนอก ถ้าไม่จำเป็นจะพกแค่ใบเดียว และของในกระเป๋าจากตอนแรกจะมายัดลงใบเฉพาะ่้เช่นกัน

มาทะลวงกระเป๋าไอทีกันก่อน 

สองใบจะพกเวลาไปธุระเท่านั้น เพราะฉะนั้น ส่วนมากจะยัดรวมเป็นใบเดียว ของที่เอามรวมจะมาจากของในกระเป๋าที่เขียนไว้ในตอนแรก ส่วนของที่อยู่ในกระเป๋าไอทีจริงๆจะมี...

  • Laptop ของ ASUS A9 จอใหญ่สะใจดี ซื้อมาราคาพิเศษ 15,000 จากงานคอมมาทก่อนจะไปเรียนต่อพอดีเด๊ะ จริงๆเป็นคอมที่ใช้พื้นฐาน พวกพิมพ์งานกับเล่นเน็ตมากกว่า แต่เดี้ยนล่อกราฟฟิกเต็มๆ เสียดายที่แรมไม่พอลง after effect เลยอดลองเล่น T_T
  • เม้าส์ มีทั้งแบบใส่ถ่าน กับ USB ไอ้ที่ว่าใส่ถ่านก็เม้าส์ไร้สายน่ะแหละ (ก็มันต้องใส่ถ่านจริงๆนี่ เรียกซะ ดูโลว์ เลย -_-")
  • Portable Hardisk ของ Freeagent ทรหดดีแท้ ความจุล่อไป 120 GB (จุก่าคอมตรูอีก) แต่ยังอยากได้แบบนี้อีกซักอันสองอัน
  • Bluetooh USB เพราะคอมที่ซื้อมาไม่มีให้ รุ่นสมัยไหนไม่รู้ รู้ว่าไม่ใช้ตามเสปกที่มันรับได้
  • ฟาร์มไวรัสคอม (USB) อีกสองอัน เอาไว้แบ่งปันไวรัสคอมให้คนอื่นๆเอาไปช่วยเพาะพันธุ์
  • ที่ม้วนสายไฟ ของเล่นใหม่จาก ไดโซะ ทุกอย่างในร้าน 60 บาท
  • ซีดี ดีวีดีที่พกบ้างในบางกรณี แต่กระเป๋าดีวีดี เป็นรูปหน้าแฮมทาโร่ (อันที่ไม่พกไปด้วยจะมีเป็นลายแผนที่โลก ลายการ์ตูนช่อง กับหน้าหมีพูห์ อยากได้รูปตีนเอาไว้หลอกด่าคนที่อยากรู้ว่าเราใส่ซีดีอะไรมั่ง แต่สงสัยต้องผลิตเอง)
  • สายแลน สายโทรศัพท์ เผื่อไปเสียบเล่นที่อื่น เพราะบางที wireless มันเน่า
  • เม้าส์ปากกา ที่พยายามจะหากระเป๋าใหม่ที่มันยัดไปด้วยได้ เพราะแค่ไอ้ที่บอกๆมาน่ะ อัดเป็นปลากระป๋องแล้ว...
  • สายไฟอีกหลากหลายชนิดที่เรียกว่าถ้าใครมาค้นคงจะหาเจอว่าต้องใช้อันไหน 555

คนไอที ที่ไม่ค่อยตามเรื่องเกี่ยวกะ ไอที เท่าไหร่ 555

 

กระเป๋ากีฬา

เคยเขียนไปแล้วในส่วนที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการเสก็ตที่แล้วแต่คนจะพก รวมเอาทั้งที่อยู่ในกระเป๋าตัวเองแล้วกระเป๋าคนอื่นด้วย แต่ยังไงมาลงให้อีกทีเป็นของที่พกจริงๆ เวลาไปเสก็ต

กระเป๋าที่ใส่จะใช้เป็น เป้ (เสรอ ม่ายช่ายแระ) แบกทีเป็น ต.เต่าหลังตุง ยังกับหนีตามใครเลย แต่ของข้างในมันใหญ่นี่หว่า เคยถือแยกไปแต่รู้สึกรำคาญมากๆ อย่างที่บอก นิยมพกใบเดียว

  • รองเท้าเสก็ตยี่ห้อ SP-Teri รุ่น KT-2 (เกือบท็อปแว้ว แพงนรก แถมหนัก) สีขาวเน่าๆ ลอกๆ ขนาดใช้ไม่ถึงสองปีกับเบลยี่ห้อ Mitchel King รุ่น Phantom Special (อย่าถามว่าดีตรงไหน เพราะมันถูกสุดในกลุ่มเบลดสำหรับฝีมือขึ้นกลาง-สูง) ที่คนชอบเรียกย่อและคนไม่รู้นึกว่าสุกี้ MK รวมๆแล้วรองเท้าคู่นี้หนัก 3 กิโล นอนยันได้เลยว่าถุงข้าว อัดแน่น 2 โลก่าๆ ยังเรียกพี่ -_-"
  • ถุงรองเท้าเสก็ต เย็บเอง สั่งทำได้แต่จะทำแค่ชิ้นเดียว และแบบเดียวในโลกเท่านั้น งานฝีมือของแท้
  • Hard Guard ที่เป็นแท่งๆพลาสติกเอาไว้กันเบลดเวลาจะไปเดินเล่นนอกลานเสก็ต (ราคาประมาณ 500 บาท แพงชะมัด) แต่ไม่ค่อยใช้หรอก แค่เอาไว้กันเบลดมันจิ้มกระเป๋า พารองเท้าหนีไปเที่ยวด้วยกันเฉยๆ
  • สายรัดแว่นเวลาเล่นเสก็ต หาแบบกีฬาไม่ได้ เลยต้องเอาแบบที่ป้าๆใช้ มาใส่แล้วผูกส่วนที่เหลือให้พอดีหัว (อนาถดีแท้) จาหมุนซักกี่รอบก็ไม่หลุด 555
  • ซิลิโคนแผ่นหนาครึ่งเซ็น เน่าๆ (แผ่นประมาณ 15 cm x 15 cm ได้มั้ง ล่อไปตั้ง 800 บาท)
  • ผ้ากระชับกล้ามเนื้อ ส่วนเข่ากับข้อเท้า
  • ผ้าเช็ดเบลด เอาไว้เช็ดก่อนกลับ กันสนิมขึ้นเบลด
  • กางเกงวอร์ม ชอบของ D&P สองตัวเผื่อซ่า บ้าพลัง เล่นหนักเกินจนขาด (ไปหลายตัวแล้ว 555)
  • พลาสเตอร์ เพราะพยาบาลประจำห้องไม่ค่อยอยู่ แต่ถ้าช่วงแข่ง จะมียานวดไปด้วยเลย
  • แจ็กเก็ต ที่จะพกแค่วันที่จะอยู่ในลานนานๆ ช่วงหลังๆนี่ ไปพกแล้ว ร้อนค้าบบบบ 
  • น้ำขวดเล็กที่หมดบ้าง ไม่หมดบ้าง และขนมอีกนิดๆหน่อยๆ (ถุงบิ๊กซีเบ้งๆ 1 ใบ - ซื้อก่อนเข้าลาน 555)
พวกเครื่องเล่น mp3 พกบ้างไม่พกบ้างตามอารมณ์ ^^

ของใหม่แต่ไม่ล่าสุด

posted on 05 Jul 2009 08:49 by mystery88  in Technology

มะวานมีงานพิเศษใน+นอกเวลาราชการ ลงเป็นคนสอนในโครงการต้นกล้าอาชีพที่หัวข้อกับวิชาที่เปิดสอนไม่ตรงกัน ไม่บอกคนเรียนก่อนและไม่แสกนคนที่ระบบสุ่มให้ได้เรียนอีกตะหาก แต่ที่ลงไม่ได้ลงคนเดียวหรอก ไปช่วยคนอื่นเค้า ตกเย็นไปตะลอนงาน Commart X-Gen ต่อที่ศูนย์สิริกิตติ์ อุส่าตั้งใจจะเดินถึงแค่ทุ่มครึ่ง ล่อไปสอง แถมด้วยของแพงติดมือกลับมาสอง ทั้งๆที่ตั้งใจจะไปซื้อแค่เม้าส์ปากกา กะ SD Card กล้องขนาดจึ๋งเดียว

ที่ว่าได้ของแพงมาสองอย่าง ก็เม้าส์ปากกาที่เป็นรุ่นแบบพื้นที่ทำงานใหญ่กว่าที่กะจะเอาตั้งแต่แรก แต่อีกอันเนี่ย ด้วยความทะลึ่งอยากมีอันใหม่ (ถึงอันเก่าจะใช้ได้แบบร่อแร่และไม่ค่อยจะได้ใช้นักก็ตาม) ได้เครื่องเล่น mp3 + mp4 ของ Sony มาตัวนึง เดี๋ยวนี้มีแบบคล้องหูอย่างเดียวด้วย ไม่มีสายโยงให้เกะกะ แต่พอนึกถึงเวลาใช้จริงกลัวมีปัญหาเหอะ

  • อย่างแรก หูฟังมีอายุการใช้งานน้อยกว่าเครื่องเล่น แล้วหูฟังมันติดกันกับเครื่องเ่ล่น พังทีทำไงอะ
  • อย่างที่สอง นึกถึงเวลาเลือกเพลง สำหรับคนอย่างเราที่ขนาดเลือกเฉพาะเพลงที่ชอบแล้ว ยังอุส่าเลือกตอนฟังอีกรอบ แล้วตัว mp3 ตัวใหม่ที่ว่าไม่มีดิสเพลย์เจ้าค่ะ (ถึงมี แต่มันคล้องหูอยู่ จามองเห็นมั้ยล่ะ)
  • อย่างที่สาม เพราะไม่มีดิสเพลย์ให้ดู จะจับวินาทีของเพลงไม่ได้เลย (เอาไว้ใช้เผื่อเวลาซ้อมเสก็ต ที่ต้องส่งรายการท่าที่จะทำคู่กับจังหวะเพลง)
  • อย่างที่สี่ ไม่เชื่อว่ามันจะไม่กระเด็น ถ้านึกถึงแรงเหวี่ยงอย่างพวกท่าหมุนที่ไม่ใช้รอบสองรอบเนี่ย แล้วยังเรื่องของแรงกระแทก จากพวกท่ากระโดดด้วย ขนาดหูฟังแบบเกี่ยวหูแล้วอุดรูยังหลุดได้อะ

สรุป ยังไม่มี mp3 ที่ใช้ได้จริงกับนักเสก็ตโดยเฉพาะ 555 ทนแรงกระแทก ทนแรงเหวี่ยง ตกได้-ไม่พังง่าย เบาและเสียงชัด ส่วนเม้ส์ปากกา ยังไม่ได้แกะใช้เลย กำลังตบกะคอมฯอยู่ ก็มันไม่ยอมอ่านแผ่นที่อุส่าไรท์ไว้ แถมเปิดทีทำหน้า Window หาย กดอะไรไม่ได้อีกตะหาก T_T

ช่วงที่ไปศึกษาต่อในสถานที่ที่สุดจะแพง แถมเจือกไปตอนที่ค่าเงินสูงชนิดพุ่งพรวดไม่ยอมลง ไม่รู้ว่าเป็นช่วงดวงตกด้วยมั้ย เพราะไม่ได้กระทั่งงานพิเศษทำซักกะงานทั้งๆที่ขาดคนอยู่ ไหนว่าไปแล้วดีหาไม่เจอสักที เรียนก็แอบบร่อแร่ ถามว่าคณะอะไรก็ไม่ได้ต่างจากคนที่จบด้าน "ลอจิสติกส์" เมื่อห้าปีที่แล้วที่คนยังไม่รู้ว่ามันคือคณะอะไร ทำงานเกี่ยวกับอะไร วันนี้กลับกลายเป็นอาชีพที่ต้องการไม่น้อย ซึ่งเราก็แอบหวังลึกๆว่าสักวันคณะที่เราจบมานี่จะเป็นที่ต้องการมากกว่ารับแต่คนที่เขียนโปรแกรมเป็น เพื่อไปดูแลการทำงานของโปรแกรมเมอร์ เซียนคำสั่งเทคโนโลยีทั้งหลาย ที่บ้านเราจะเอาทุกอย่างจากคนกลุ่มนี้ ทั้งๆที่บางทีโปรแกรมเมอร์อาจจะไม่ได้ออกแบบเก่งมากนัก หรือเข้าใจความต้องการของนักท่องเน็ตจริงๆ และนักท่องเน็ตก็ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้คอมฯสเปกสูงๆเพราะไม่มีปัญญาจะมานั่งตามอัพเดทให้เครื่องคอมฯที่มีกับเค้าสักเครื่องก็บุญโขแล้ว

อาชีพทดสอบระบบการโต้ตอบระหว่างเทคโนโลยีกับผู้ใช้ที่เมืองนอกจัดเป็นอีกอาชีพที่ทำเงินได้ดี แต่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์และเขียนโปรแกรมไม่เป็น ปัญหาคืออาชีพนี้เมืองไทยไม่ต้องการ!!! แล้วคนอย่างเราจะไปทำอะไรได้นอกจากเดินกลับเส้นทางของดีไซน์เนอร์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายอย่างที่เคยทำ (ไปเรียนต่อตั้งไกลทำไมให้เปลืองเงินเนี่ยยย!!!)

ไหนๆก็ไปถึงที่แล้ว อีกสถานที่ที่เรียกว่าถ้าไม่ไปก็เรียกว่าไปไม่ถึงอังกฤษคือ "เส้นเวลาโลก" เอาจริงๆก็งั้นๆแหละ แค่มีเครื่องหมายที่ทำจากโลหะตั้งอยู่ที่ปลายเส้นเวลา (เป็นร่องยัดแท่งไฟเข้าไปปิดด้วยกระจกและเขียนข้างๆไว้ว่าเมืองไหนอยู่ละติจูดที่เท่าไหร่ของโลกงี้) ให้คนต่อคิวเข้าไปถ่ายรูป (สวยตรงไหนเนี่ยยย) ลองหาอยู่หลายมุมจนได้มาอย่างที่เห็น ยังไม่พอใจเพราะวันที่ไปท้องฟ้าไม่ค่อยสว่างนัก จัดการลอกจากที่ถ่ายมาทำภาพ Profile สักบล็อกนี่ล่ะ ออกมาดันกลายเป็นกึ่ง Abstract ซะงั้น

 

 

edit @ 12 Jun 2009 00:14:17 by Mystery88

บล็อกนี้จะแสดงผลได้ดีกว่าในบราวเซอร์ Firefox นะจ๊ะ ^^

Enter your email address:

Delivered by FeedBurner

free counters