ShoutMix chat widget

Places

มาอัพเดทราคาค่าเล่นเสก็ตของลานที่เอสพลานาด ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนมาเป็นระบบรายชั่วโมงตั้งแต่เมื่อไหร่ ราคาปกติก็แพงวจะแย่อยู่แล้วมาคิดรายชั่วโมงให้แพงจนคนไม่อยากจะเล่น ต่อให้เอาคนที่ดังที่สุดในตอนนั้นมาโชว์ตัว หรือจัด event ในโซนนั้นหก็เถอะ ถ้าคนจะมาเสก็ต เค้าก็มาเสก็ตจริงๆ ไม่ใช่มาเพราะบ้าคนดัง ถ้าเค้าบ้าคนดัง เค้าก็ไม่เล่นอยู่ดีถ้าเจอราคานี้เข้าไป

เหมารายวันของนักเรียนจะไม่ได้ว่าเท่าไหร่ จำได้แค่ว่าวันเสาร์อาทิตย์ เหมารอบ (one day pass) ของคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักเรียนในโรงเรียนตกอยู่ที่ 500 บาท ส่วนรายชั่วโมงอยู่ที่ 150 บาท ถ้านักเรียน 100 บาท/ชั่วโมงยังไม่รวมค่าล็อกเกอร์ที่เก็บเฉยๆ 30 บาท และค่าเช่ารองเท้า (ตอนที่เซ็นทรัลเวิลด์ยังเป็นเวิลด์เทรด และมีลานเสก็ตระดับมาตราฐานโอลิมปิก ค่าล็อกเกอร์ยังไม่แพงขนาดนี้ แล้วก็ม่มีค่าเช่ารองเท้าด้วย)  

ตกลงว่าอยากจะอยู่ต่อหรืออยากจะเจ้งกันแน่!!! ไม่ทราบว่าใครเป็นนักการตลาดให้... แต่คาดว่านักการตลาดคงจะไม่เคยเล่นเอง แล้วก็คงไม่เข้าใจกีฬาชนิดนี้เอามากๆด้วย

ปกติคนเราจะเล่นเสก็ตได้นานที่สุดแบบต่อเนื่องอยู่ที่ 2 ชั่วโมงครึ่ง อย่างมากที่สุดคือ 3 ชั่วโมง ต่อให้เป็นนักกีฬาที่มีฝีมือระดับสูงๆก็ซ้อมได้ไม่เกินนี้ แล้วคนทั่วไปล่ะ ที่เล่นไม่เป็นเลยก็มี การให้เวลาเค้าแค่ชั่วโมงเดียวบางคนยังไม่รู้สึกว่าชอบมั้ยด้วย หรือบางคนที่อยากจะซ้อมให้คล่องแต่เล่นได้แป็บเดียวก็หมดเวลาจะไปรู้สึกว่าอยากจะเล่นอีกเหรอ ถึงมีก็น้อย จริงๆแค่ใส่รองเท้า เอาของไปเก็บใส่ล็อกเกอร์ก็หายไปแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง

ทีมบริหารลานเสก็ตที่เอสพลานาดคิดอะไรอยู่...??

บางครั้งยังรู้สึกว่าการเดินทางที่ลำบากกว่าเล็กน้อย ไปที่ที่อาจจะดูเถื่อนไปหน่อย ด้วยการนั่งรถไฟฟ้าไปต่อรถเมล์ เพื่อไปเสก็ตที่สำโรงยังดูจะคุ้มกว่าเลย เพราะราคาอยู่ที่ 200 บาท/รอบ ถึงจะไม่ใช่ one day pass แบบเอสพลานาด ก็ยังคุ้มค่าที่จะเล่นกว่า

แต่ถ้าคิดว่าซื้อความไฮโซ เอาสนุกแบบคนมีเงิน มีสาวสวยๆแต่งตัวดีๆให้มองก็ตามใจ เพราะเรามองในแง่ของการสร้างคนให้มีฝีมือและสร้างชื่อให้ประเทศที่ว่าเป็นเมืองร้อนแต่กีฬาหน้าหนาวแบบนี้ก็ไม่ยอมแพ้ใคร จะเล่นให้เก่งต้องใช้เวลาในการฝึก ไม่ใช่เล่นไปวันๆแล้วเก่งเอง...

<คงบอกไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนมาจ่ายแบบนับเป็นรอบเหมือนเดิมมั้ย เมื่อไหร่ ขึ้นกับว่าทีมบริหารเห็นบัญชีที่รายได้ลดฮวบรึเปล่า (เพราะตั้งแต่นับชั่วโมงจ่าย เรารู้สึกว่าคนเล่นจริงๆน้อยลงเยอะทั้งที่ปกติเต็มจนแทบจะไม่มีที่ให้เดิน)

ส่วนคำแนะนำสำหรับทีมบริหารลานเสก็ต... (แต่ไม่ขอเข้าไปบริหารเองหรอกนะ ถ้ารวยมากๆคงทำลานเองไปแล้ว อยากทำเป็น Ice Skate Center เลยด้วยซ้ำ เพราะเราเล่น ทำไมจะไม่รู้ว่าอะไรจำเป็นบ้าง)

  • ถ้าจะตั้งเป็นนับชั่วโมงเล่นและมีเหมารอบในราคาขนาดนี้ ควรจะปรับลานให้ดีกว่านี้ หมายถึงคอยปรับอุณหภูมิสารเคมีในท่อให้สมดุลกับจำนวนคนเล่น และความร้อนจากภายนอกอาคารไม่ให้น้ำแข็งละลาย (อยากเจือกทำเป็นกระจกทำไมละ มันควบคุมยาก) การปรับสภาพลานให้มีคุณภาพพอๆกับพื้นที่ใช้ในการแข่งขันระดับโลก จริงๆรื้อออกแล้วทำพื้นน้ำแข็งใหม่เลยจะดีกว่าเพราะรู้สึกว่าจะทำไม่ดีมาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่แน่ใจว่าเลือกแผ่นน้ำแข็งเกรดไหนมา ไม่อยากจะ Complain เรื่องขนาดลาน เพราะพื้นที่เล็ก (จริงทำให้ใหญ่กว่านี้หน่อยตั้งแต่แรกก็ยังได้)
  • นับเวลานับตั้งแต่ลงไปอยู่บนพื้นน้ำแข็งแทนที่จะเป็นการนับตั้งแต่ตอนซื้อบัตรและเดินเช้าไป โดยช้ระบบแบบบัตรจอดรถ จะออกก็จ่ายเงินส่วนที่เกินไป (ถ้าให้ดีเล่นก่อนจ่ายทีหลังยังได้)
  • งดเก็บค่าเช่ารองเท้า ให้เหลือเป็นค่ามัดจำก็พอ จริงๆรองเท้าก็ป่วยขนาดที่ว่าถ้าคนเล่นไม่เป็นใส่อาจจะข้อเท้าพลิกได้เลย น่าจะเปลี่ยนใหม่แล้วจัดทีมคอยดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ไปเลยสองสามคน

edit @ 18 Nov 2009 11:10:13 by Mystery88

edit @ 18 Nov 2009 11:13:48 by Mystery88

สังเกตมานานแระ ว่างานหนังสือเนี่ย ชอบกั๊กแผนที่ เป็นไปไม่ได้ว่าจะพิมพ์ไม่ทัน เพราะพวกนี้เวลาสั่ง ทางโรงพิมพ์ไม่ค่อยๆทำออกมาให้หรอก มีแต่ทำทีเดียวแล้วแพคมาเลยเป็นตั้งๆก่อนงานจะเริ่ม ไม่รู้ว่าจะกั๊กไว้ทำอะไร เพราะเห็นวันสุดท้ายทีไรเหลือเยอะเว่อร์ทุกที

เราไม่รู้ว่ามีใครทำแบบเราบ้าง คือ เอาแผนที่มาวันแรก เพื่อเอามาดูว่าร้านไหนอยู่ตรงไหนบ้าง (สำนักพิมพ์ที่ซื้อประจำน่ะ)  ทำmark ไว้ว่าจะเดินยังไง บูธไหนที่อยากจะเดินไปดูว่ามีอะไรจะเดินไปทางไหนไม่ให้เสียเวลาเดิน คนเยอะขนาดนั้นกว่าจะเดินเจอเอาปวดขาไปก่อนพอดี แล้วกั๊กแผนที่แบบนี้ตรูจารู้มั้ยล่ะ ว่าบูธไหนอยู่ตรงไหน เดินๆไปนึกขึ้นมาได้ก็ต้องิว่งออกมาดูที่ป้ายทีงี้เหรอ ในใจคิดว่า อย่าให้กรูเห็นว่าวันสุดท้ายมีแผนที่เหลือเป็นตั้งนะเฟ้ย

เราว่าคนที่รักหนังสือจริงๆ แบบอ่านทีได้หลายเล่มหลายสำนักพิมพ์เค้าไม่ทิ้งแผนผังงานหรอก แล้วก็ไม่ใช่ว่าเอาไว้ที่บ้านด้วย ไม่งั้นที่เอาไปดูแล้วเขียนไว้ ว่า้ร้านไหนอยู่ตรงไหน จะเสียเวลาทำทำไม

หรือตรูเป็นแบบนี้อยู่คนเดียวฟะ

ขอเกริ่นก่อนว่าทำไมถึงเรียกว่าภาคแรก...

ภาคแรกเพราะว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เปลี่ยนชื่อลาน ลานเปิดใหม่ หรือมีลานไหนปิดอะไรแบบนี้ อย่างในกรณีของลานที่เซ็นทรัลเวิลด์หรือเวิลด์เทรดเก่าที่ปิดไป แต่ก็มีลานใหม่อย่างที่อิมฯ สำโรง กับที่ เอสพลานาดเปิดมาใหม่ และประมาณปลายปี เอสพลานาดสาขาสองก็ยังคงมีลานน้ำแข็งเช่นกัน ได้ข่าวแว่วมาว่าทางภาคตะวันออกก็จะมีลานใหม่เปิดด้วย (ไม่แน่ใจว่าจริงมั้ย ยังไงไว้มาติดตามข้อมูลของลานใหม่ในภาคต่อไปที่จะอัพเดทให้สักวันแล้วกัน)อ่อ ที่พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเนี่ย ไม่ได้ไปลอกใครมา แต่ขี้เกียจนั่งสลับภาษาไทยที อังกฤษทีน่ะ เหอๆ

#1

PLACE: 4 floor, IMPERIAL WORLD LARDPRAO / Big C Lardprao[ชั้น 4 อิมพีเรียลเวิลด์ลาดพร้าว หรือบิ๊กซีลาดพร้าว]

RINK’S NAME: Open Ice Skate

ADDRESS: 2539 Lardpraa, Wang-Thong-Larng Bangkok

OPENING TIME: Everyday 9:00-23:00 [เปิดทุกวัน เวลา 9.00 o. - 23.00 น.]

TEL: 02-934-9253

TRAVEL: MRT Lardprao + Bus (545, 26, 8) [เอามาจากเว็บของ Big C --> จากถนนลาดพร้าว มุ่งหน้าไปทางแยกบางกะปิ ผ่านใต้ทางด่วนอาจณรงค์-รามอินทราไปประมาณ 500 เมตร บิ๊กซีตั้งอยู่ทางซ้าย]

FEES:

  • ENTRY FEE [ค่าเข้า]
    • Mon-Fri 100 THB/Day (4 hours)
    • Sat-Sun, Holiday: 120 THB/Day (4 hours)
  • MEMBERSHIP FEE [ค่าสมาชิก]
    • 1 Month: 1,500 THB (additional payment for each entry: 60 THB)
    • 6 Months (may be): 3,000 THB
    • 1 Year (may be): 6,000
  • THB SKATING CLASS [ค่าเรียน]
    • Private Price: unknown
    • Group Price: unknown

More information please contact to rink as telephone number on above.

 

#2

PLACE: 5 floor, IMPERIAL WORLD SAMRONG

RINK’S NAME: Imperial World Ice Skating Samrong

ADDRESS: 999 Moo 1 Sukhumvit, Samutprakarn

OPENING TIME: Mon-Sat 10:00-20:00, Sun 10:00-19:30

TEL: 02-354-2134

TRAVEL: to go there

  • BTS on-nut + Bus to Samrong/Paknam [BTS อ่อนนุช ต่อรถเมล์ที่ไปสำโรง/ปากน้ำ]
  • ถ้ารถเมล์อย่างเดียวนั่งจาก อนุสาวรีย์ชัยฯ หน้า Victory Point สาย 536 
  • สายอื่นที่ผ่านแล้วพอจำได้จะมี 2, 23, 507, 508, 545, 129, 140

FEES:

  • ENTRY FEE: 200 THB/session [ค่าเข้า 200 บาท ต่อ รอบ]
  • SKATING CLASS [ค่าเรียน]
    • SKATING CLASS (Private ONLY and price per hour)
      • Bronze Coach: 600 THB
      • Silver Coach: 900 THB
      • Gold Coach: 1,500 THB
      • Platinum Coach: 2,000-2,800 THB
      • Diamond Coach: 3.000 THB
    • OFF-ICE CLASS
      •  Private
        • Silver Coach: 800 THB
        • Gold Coach: 1,000 THB
        • Platinum Coach: 2,000 THB
        • Diamond Coach: 2.000 THB
      •  Group (3-5 persons)
        • Silver Coach: 600 THB
        • Gold Coach: 800 THB
        • Platinum Coach: 1,200 THB
        • Diamond Coach: 1,200 THB

More information please contact to rink as telephone number on above.

 

#3

PLACE: 4 FLOOR, ESPLANADE

RINK’S NAME: Sub-Zero Ice Skating Club

ADDRESS: 99 Rajadaphiseak, Dindang, Bangkok

OPENING TIME: Everyday

TRAVEL: 

  • MRT Thailand Cultural Center [สถานีรถไฟใต้ดินศูนย์วัฒนธรรมฯ]
  • bus 36, 54, 73, 136, 157, 163, 206, ปอ.36, 73, 136, 137, 173, 185, 204, 106, 514, 517, 528, 529

FEES:

TIME MON-FRI SAT-SUN, HOLIDAY
School Student Uni Student, others School Student Uni Student, others
10.30-13.30 150 THB 200 THB 200 THB 250 THB
14.00-17.00
17.30-20.30
21.00-24.00 100 THB 150 THB 150 THB 200 THB

Membersip (not sure!!!)

  • 3 months:3,000 THB
  • 6 months:10,000 THB
  • 1 year: 20,000 THB

ADDIITONAL PRICE:

  • Skate Boots Rental: 6o THB (Keep your bill to receive 30 THB after session ending)
  • Locker Rental: 30 THB There’s a pair of socks to sell (If you need).

SKATING CLASS

  • Private: start 800 THB/hour
  • Group: 1,400 THB/4 times (on Sat-Sun 8.30-10.30)

More information please contact to rink as telephone number on above.

 

อยากได้ค่าโฆษณาว้อยยยยย!!

edit @ 16 Oct 2009 21:37:36 by Mystery88

เอางานเก่ามาหากินกันอีกรอบ เพิ่งเห็นประโยชน์ของมัน เพราะเอาไปใช้เป็นตัวอย่างงานตอนสอนศิลปะได้ระดับนึง (ไม่ต้องวาดเองเต็มๆให้เค้ารู้ว่าฝีมือตกไปเยอะ 555) รู้ว่าไม่สวย แต่เอามายัดเก็บไว้ดู ว่าครั้งนึงเคยวาดได้ขนาดนี้ (ดีไม่ดีไม่รู้ล่ะ) เอาไว้เรียกแรงบันดาลใจกับฝีมือที่ (คิดว่ามันค่อยๆ) หายไปกันสุดๆงานนี้

หน้าผา

ได้แรงบันดาลใจจาก ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Lion King ฉากพระเอกยืนเชิดอย่างส่งาสุดๆบนยอดหน้าผาอะ (เสียวหล่นแทน 55) ภาพนี้วาดเมื่อปี 1999

 

ทะเล

นี่ก็เอาแบบจากนิตยสารมา เห็นสวยดี (โล่ง วาดง่าย) เลยจัดการซะเลย

 

ลำธาร

อันนี้ก็วาดตอนปี 1999 แต่รู้สึกว่าจะวาดก่อนภาพแรกนะ อันนี้วาดจากรูปในนิตยสารสักเล่มอะ อันนี้ทำต่อจากภาพทะเลยเลย (แบบว่าอารมณ์อยากวาดรูปทิวทัศน์ค้างอยู่)

 

โถง 1

อันนี้ไม่มีแบบ Perspective เลยเพี้ยน แถมด้วยแสงเงามั่ว ออกมาสไตล์อะไรก็ไม่รู้ รู้อย่างเดียว อยากวาดแบบนี้อะ มีรัยมะ

 

โถง 2

เป็นภาพที่วาดได้นานนนนมาก เพราะเพิ่งมานั่งเก็บงานไม่นานมานี้เอง ความขี้เกียจส่วนนึง ยุ่งๆด้วยเพราะเป็นช่วงจะสอบเข้ามหา'ลัย และวาดรายละเอียดเยอะเกินซะเองจนไม่อยากจะทำต่อ - -"

 

ลานเสก็ต

ร่างไว้นานแล้วล่ะภาพนี้ แต่เพิ่งมาจัดการจนเสร็จเมื่อนึกอยากลองแบบลายเส้นด้วยปากกาไม่มีการแก้ไขอีกตะหากทั้งๆที่เห็นอยู่ว่ามันเบี้ยว!!! ลงแบบไม่ใยดี (เลยเละเทะอย่างที่เห็น) ส่วนชีวิตจริงไปยืนกลางลานแบบนี้มาแล้ว รวมๆประมาณ 15 นาที ในระยะเวลา 3-4 วัน แต่ว่าที่นั่งไม่ได้มีเยอะขนาดนี้ (แค่นั้นก้อสยิวกิ้วแล้วล่ะ) เป็นประสบการณ์แปลกไปอีกแบบ จบงาน ก็พักยาวก่อนกลับไปโลดแล่นอีกรอบ ช่วงนี้ก็ไม่ได้ไปเหมือนกัน ใกล้เข้าขั้นโคม่าแระ 

ส่งท้ายชีวิตบัณฑิตป.โทตกงาน (แต่กำลังจะมีหลักแหล่งให้สิงอีกสักที่นอกจากลานเสก็ต)... ก่อนบรรจุเปน'จารย์มหา'ลัย (ถ้ามีสิทธิ์ได้กะเค้า) ขอดับเบิ้ล 2 ท่าแบบชัวร์ๆ (หนึ่งในสองที่ว่าขอ "ดับเบิ้ลลูป" คืนมาเถอะนะ T_T) คอมบิเนชั่นสปิน 3 ท่าขึ้นไป และฟลายอิ้งสปินอีก 1 แบบ (รวม "เดทดร็อป") ทำได้จาดีใจมากกกกก (หลังจากที่ "เอ็กเซ่วจั้ม" และ "คาเมลสปิน" หายไป ยังดีที่ได้ "เลแบคสปิน" มาสามรอบแทน)

edit @ 12 Jun 2009 00:06:44 by Mystery88

ช่วงที่ไปศึกษาต่อในสถานที่ที่สุดจะแพง แถมเจือกไปตอนที่ค่าเงินสูงชนิดพุ่งพรวดไม่ยอมลง ไม่รู้ว่าเป็นช่วงดวงตกด้วยมั้ย เพราะไม่ได้กระทั่งงานพิเศษทำซักกะงานทั้งๆที่ขาดคนอยู่ ไหนว่าไปแล้วดีหาไม่เจอสักที เรียนก็แอบบร่อแร่ ถามว่าคณะอะไรก็ไม่ได้ต่างจากคนที่จบด้าน "ลอจิสติกส์" เมื่อห้าปีที่แล้วที่คนยังไม่รู้ว่ามันคือคณะอะไร ทำงานเกี่ยวกับอะไร วันนี้กลับกลายเป็นอาชีพที่ต้องการไม่น้อย ซึ่งเราก็แอบหวังลึกๆว่าสักวันคณะที่เราจบมานี่จะเป็นที่ต้องการมากกว่ารับแต่คนที่เขียนโปรแกรมเป็น เพื่อไปดูแลการทำงานของโปรแกรมเมอร์ เซียนคำสั่งเทคโนโลยีทั้งหลาย ที่บ้านเราจะเอาทุกอย่างจากคนกลุ่มนี้ ทั้งๆที่บางทีโปรแกรมเมอร์อาจจะไม่ได้ออกแบบเก่งมากนัก หรือเข้าใจความต้องการของนักท่องเน็ตจริงๆ และนักท่องเน็ตก็ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้คอมฯสเปกสูงๆเพราะไม่มีปัญญาจะมานั่งตามอัพเดทให้เครื่องคอมฯที่มีกับเค้าสักเครื่องก็บุญโขแล้ว

อาชีพทดสอบระบบการโต้ตอบระหว่างเทคโนโลยีกับผู้ใช้ที่เมืองนอกจัดเป็นอีกอาชีพที่ทำเงินได้ดี แต่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์และเขียนโปรแกรมไม่เป็น ปัญหาคืออาชีพนี้เมืองไทยไม่ต้องการ!!! แล้วคนอย่างเราจะไปทำอะไรได้นอกจากเดินกลับเส้นทางของดีไซน์เนอร์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายอย่างที่เคยทำ (ไปเรียนต่อตั้งไกลทำไมให้เปลืองเงินเนี่ยยย!!!)

ไหนๆก็ไปถึงที่แล้ว อีกสถานที่ที่เรียกว่าถ้าไม่ไปก็เรียกว่าไปไม่ถึงอังกฤษคือ "เส้นเวลาโลก" เอาจริงๆก็งั้นๆแหละ แค่มีเครื่องหมายที่ทำจากโลหะตั้งอยู่ที่ปลายเส้นเวลา (เป็นร่องยัดแท่งไฟเข้าไปปิดด้วยกระจกและเขียนข้างๆไว้ว่าเมืองไหนอยู่ละติจูดที่เท่าไหร่ของโลกงี้) ให้คนต่อคิวเข้าไปถ่ายรูป (สวยตรงไหนเนี่ยยย) ลองหาอยู่หลายมุมจนได้มาอย่างที่เห็น ยังไม่พอใจเพราะวันที่ไปท้องฟ้าไม่ค่อยสว่างนัก จัดการลอกจากที่ถ่ายมาทำภาพ Profile สักบล็อกนี่ล่ะ ออกมาดันกลายเป็นกึ่ง Abstract ซะงั้น

 

 

edit @ 12 Jun 2009 00:14:17 by Mystery88

บล็อกนี้จะแสดงผลได้ดีกว่าในบราวเซอร์ Firefox นะจ๊ะ ^^

Enter your email address:

Delivered by FeedBurner

free counters