ตอน :: เบื้องหลังงานรับปริญญา
 
1 - สถานที่
ช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมาเป็นช่วงเทศกาลรับปริญญา แต่ละมหาลัยก็จัดกันคนละวันกันไป บางสถาบันก็ไปเช่าพื้นที่ข้างนอกจัดพิธี บางทีก็จัดในสถาบันเองเลย สถานที่จัดก็มีการตกแต่งตามสไตล์ของแต่ละสถาบันด้วยเหมือนกัน (ไม่รู้ว่าตามงบประมาณที่ได้รับด้วยมั้ยนะ 555)
คณะ และ ม. จขบ. รับจัดสถานที่รับปริญญาทุกปี ตั้งแต่ที่เข้ามาทำงาน ซึ่ง แอบกวนวันหยุดประจำ สะดวกไปบ้าง ไม่สะดวกไปบ้าง ช่วยงานเท่าที่ช่วยได้ เพราะไม่ใช่คนหลัก (คือให้ทำจริงๆ จัง คงไม่ต้องจัดกันพอดี เกรงว่าจะเละเทะไปหมดก่อนอะนะ)
 
2 - เรื่องจุกจิกตามประสาไทยๆ
รายละเอียดในแบบที่บรรดานักศึกษา หรือกระทั่งสมัยที่ จขบ. รับปริญญา ที่นอกเหนือจากเรื่องของการแต่งกายตามระเบียบตั้งแต่วันซ้อมจนวันรับจริง ก็ไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าซ้อมกระบวนการเดิน การรับใบปริญญา กลับไปนั่งที่ ถ้าจะหลับก็เนียนๆ ให้ไม่น่าเกลี่ยดเกินไป ทำนองนี้มากกว่า แต่...
 
3 - อาจารย์กำกับแถว!!
สังเกตมั้ยว่าทุกแถวจะมีคนที่แต่งชุดครุยไม่เหมือนชาวบ้าน หรือใกล้เคียงๆ บ้าง คือ ใส่ชุดครุยของสถาบันที่จบ หรือไม่ก็ใส่เป็นครุยอาจารย์ประจำสถาบันนั้นๆ ทับเครื่องแบบปกติขาว ... อ.เอกชนไม่แน่ใจนะ อ. กำกับแถว ต้องทำอะไร?? นอกจากต้องไปวิ่งเช่าชุดขาวสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใส่บ่อยๆ อย่างระดับบริหารสถาบันแล้ว ทาง ม. มีสวัสดิการสั่งตัดชุกครุยอาจารย์ประจำให้ ซึ่งอาจจะต้องตามข่าวเองบ้าง เข้าประชุมเรื่องพิธีการต่างๆ ต้องพยายามจินตนาการสภาพการฝึกซ้อม เพราะต้องไปซ้อมรวมกับบัณฑิตเลยทีเดียว (คือ ไม่ให้ตรู เตรียมตัวมั่งเรยยย) ไปซ้อมรวมก็ใช่ว่าจะซ้อมอย่างเดียว เพราะต้องเช็คชื่อ เช็คความเรียบร้อยตามระเบียบให้บัณฑิตด้วย คอยเรียกแถวรอกว่าจะเข้าหอประชุมอีก ส่วนในห้องประชุมเมื่อพิธีเริ่มก็คอยให้สัญญาณคำนับทำความเคารพสำหรับฝั่งซ้าย และให้สัญญาณบอกลำดับแถวให้บัณฑิตกลับเข้าที่นั่งสำหรับฝั่งขวา เสร็จสิ้นพิธีก็เป็นอันว่า แยกย้ายกันไป (ทางใครทางมัน) นี่คืออีกประสบการณ์ที่คนเป็น อ. พิเศษ แบบไม่มีสถาบันสังกัดเป็นหลักแหล่ง (หมายถึง เป็นอาจารย์ประจำพร้อมมีตำแหน่งงานรอง - ที่มักจะเยอะกว่างานสอนและงานวิจัยรวมกัน - ในสถาบันที่อยู่ในระบบการศึกษามาตรฐาน - มั้ง - ของประเทศไทย) จะไม่ได้รับ
 
4 - กำกับแถวเพราะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา... กับวันที่ส่งผู้โดยสารขึ้นฝั่ง!!
สิ้นสุดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว เป็นอันว่าบัณฑิตจบการศึกษาโดยสมบูรณ์ เข้าสู่ชีวิตการทำงานเต็มตัวจริงๆ จังๆ แล้ว ในฐานะของอาจารย์ที่ปรึกษา (จึงต้องไปทำหน้าที่อาจารย์กำกับแถวด้วย) แอบใจหายเหมือนกัน ย้อนเวลาไปเมื่อวันที่รับเข้ามา เราก็ใหม่แบบไม่ได้เต็มใจจะเป็นอาจารย์เท่าไหร่ นศ. ก็ใหม่ เจออาจารย์ที่ปรึกษาปากม๋าให้กำลังใจโคตรเป็นมากเลย เอาตัวเองยังไม่รอด เลยสรุปว่า ช่วยๆ กันเอง ไม่ก็ช่วยดูแลตัวเองกันไปก่อน ถึงเราจะไม่มีประสบการณ์ในการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา แถมสมัยเรียน เพราะเป็น ม. คนละแนวกัน คือ เน้นให้ดูแลตัวเองซะเยอะ ได้คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาของตัวเองจริงๆ แค่ตอนเอาจดหมายขอเรียนต่อโทไปให้เซ็นแค่นั้น เลยไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่เราก็เป็นห่วงอยู่ลึกๆ คอยเตือน คอยบอกได้ก็ทำ (ส่วนมากผ่าน Facebook - ตอนนั้นยังไม่มีไลน์ จนบัดนี้ ก็คุยทักทายกันในไลน์เรื่อยๆ) ห่วงที่สุดคือ ปี 4 เทอม 1 ที่นักศึกษาต้องไปสหกิจ (คล้ายฝึกงาน แต่นานกว่า เรียกว่าพ้นโปรกันเลย) เพราะความที่เราไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ได้สนใจอะไร และไม่บังคับให้นักศึกษาต้องร่วมกิจกรรม อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำ การเอาตัวรอดของแต่ละคนเลยจัดว่าค่อนข้างฉลุย แต่โดนด่ากลายๆ มา ว่าเราไม่ร่วมมือกับกิจกรรม... (ทีเวลาทำงานให้นี่ เคยเห็นหัวกันมั่งมั้ยล่ะ? เสนอหน้าแต่ไม่ทำงานอะ อย่าคิดว่าทำไม่เป็นนะ แต่ไม่ชอบเอาเปรียบใครก่อนแค่นั้น) เหมือนจะไม่ได้ดูแล แต่ห่วงๆ อยู่ห่างๆ 555 จบเป็นบัณฑิตกันไปเกือบหมดแล้ว แต่เพราะเทคโนโลยีก็ยังได้คุยกัน กวนประสาทแก้เครียดให้เด็กๆ บ้างเป็นระยะ คอยเตือนเรื่องทำงานบ้างเหมือนกัน นิดๆ หน่อยๆ ให้ฝึกสร้างภาพกันพอเป็นพิธี
- ส่งผ่านความคิดถึง ^ ^ -- ไงล่ะมึง นรกมีจริง ใช่ป่ะล่ะ?? --

Comment

Comment:

Tweet

Favourites

free counters