ShoutMix chat widget

Cinderella 3 version

posted on 21 Nov 2009 11:20 by mystery88  in Music

เอามาให้ดูเล่นเฉยๆ ^^รวมเพลง Cinderella (เลือกเฉพาะอันที่เป็นเนื้อเพลงขึ้นมาเลย ยกเว้นอันแรก ^^)

อันนี้เป็นของ Disney's เลย fairy-tale จริงๆ 555

 Britney's Version

Tata's Version

Sweetbox's Version

 

3 อันล่างมาแนวเดียวกันคือ แนวๆต่อต้านชีวิตแบบ Cinderella...

มาอัพเดทราคาค่าเล่นเสก็ตของลานที่เอสพลานาด ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนมาเป็นระบบรายชั่วโมงตั้งแต่เมื่อไหร่ ราคาปกติก็แพงวจะแย่อยู่แล้วมาคิดรายชั่วโมงให้แพงจนคนไม่อยากจะเล่น ต่อให้เอาคนที่ดังที่สุดในตอนนั้นมาโชว์ตัว หรือจัด event ในโซนนั้นหก็เถอะ ถ้าคนจะมาเสก็ต เค้าก็มาเสก็ตจริงๆ ไม่ใช่มาเพราะบ้าคนดัง ถ้าเค้าบ้าคนดัง เค้าก็ไม่เล่นอยู่ดีถ้าเจอราคานี้เข้าไป

เหมารายวันของนักเรียนจะไม่ได้ว่าเท่าไหร่ จำได้แค่ว่าวันเสาร์อาทิตย์ เหมารอบ (one day pass) ของคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักเรียนในโรงเรียนตกอยู่ที่ 500 บาท ส่วนรายชั่วโมงอยู่ที่ 150 บาท ถ้านักเรียน 100 บาท/ชั่วโมงยังไม่รวมค่าล็อกเกอร์ที่เก็บเฉยๆ 30 บาท และค่าเช่ารองเท้า (ตอนที่เซ็นทรัลเวิลด์ยังเป็นเวิลด์เทรด และมีลานเสก็ตระดับมาตราฐานโอลิมปิก ค่าล็อกเกอร์ยังไม่แพงขนาดนี้ แล้วก็ม่มีค่าเช่ารองเท้าด้วย)  

ตกลงว่าอยากจะอยู่ต่อหรืออยากจะเจ้งกันแน่!!! ไม่ทราบว่าใครเป็นนักการตลาดให้... แต่คาดว่านักการตลาดคงจะไม่เคยเล่นเอง แล้วก็คงไม่เข้าใจกีฬาชนิดนี้เอามากๆด้วย

ปกติคนเราจะเล่นเสก็ตได้นานที่สุดแบบต่อเนื่องอยู่ที่ 2 ชั่วโมงครึ่ง อย่างมากที่สุดคือ 3 ชั่วโมง ต่อให้เป็นนักกีฬาที่มีฝีมือระดับสูงๆก็ซ้อมได้ไม่เกินนี้ แล้วคนทั่วไปล่ะ ที่เล่นไม่เป็นเลยก็มี การให้เวลาเค้าแค่ชั่วโมงเดียวบางคนยังไม่รู้สึกว่าชอบมั้ยด้วย หรือบางคนที่อยากจะซ้อมให้คล่องแต่เล่นได้แป็บเดียวก็หมดเวลาจะไปรู้สึกว่าอยากจะเล่นอีกเหรอ ถึงมีก็น้อย จริงๆแค่ใส่รองเท้า เอาของไปเก็บใส่ล็อกเกอร์ก็หายไปแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง

ทีมบริหารลานเสก็ตที่เอสพลานาดคิดอะไรอยู่...??

บางครั้งยังรู้สึกว่าการเดินทางที่ลำบากกว่าเล็กน้อย ไปที่ที่อาจจะดูเถื่อนไปหน่อย ด้วยการนั่งรถไฟฟ้าไปต่อรถเมล์ เพื่อไปเสก็ตที่สำโรงยังดูจะคุ้มกว่าเลย เพราะราคาอยู่ที่ 200 บาท/รอบ ถึงจะไม่ใช่ one day pass แบบเอสพลานาด ก็ยังคุ้มค่าที่จะเล่นกว่า

แต่ถ้าคิดว่าซื้อความไฮโซ เอาสนุกแบบคนมีเงิน มีสาวสวยๆแต่งตัวดีๆให้มองก็ตามใจ เพราะเรามองในแง่ของการสร้างคนให้มีฝีมือและสร้างชื่อให้ประเทศที่ว่าเป็นเมืองร้อนแต่กีฬาหน้าหนาวแบบนี้ก็ไม่ยอมแพ้ใคร จะเล่นให้เก่งต้องใช้เวลาในการฝึก ไม่ใช่เล่นไปวันๆแล้วเก่งเอง...

<คงบอกไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนมาจ่ายแบบนับเป็นรอบเหมือนเดิมมั้ย เมื่อไหร่ ขึ้นกับว่าทีมบริหารเห็นบัญชีที่รายได้ลดฮวบรึเปล่า (เพราะตั้งแต่นับชั่วโมงจ่าย เรารู้สึกว่าคนเล่นจริงๆน้อยลงเยอะทั้งที่ปกติเต็มจนแทบจะไม่มีที่ให้เดิน)

ส่วนคำแนะนำสำหรับทีมบริหารลานเสก็ต... (แต่ไม่ขอเข้าไปบริหารเองหรอกนะ ถ้ารวยมากๆคงทำลานเองไปแล้ว อยากทำเป็น Ice Skate Center เลยด้วยซ้ำ เพราะเราเล่น ทำไมจะไม่รู้ว่าอะไรจำเป็นบ้าง)

  • ถ้าจะตั้งเป็นนับชั่วโมงเล่นและมีเหมารอบในราคาขนาดนี้ ควรจะปรับลานให้ดีกว่านี้ หมายถึงคอยปรับอุณหภูมิสารเคมีในท่อให้สมดุลกับจำนวนคนเล่น และความร้อนจากภายนอกอาคารไม่ให้น้ำแข็งละลาย (อยากเจือกทำเป็นกระจกทำไมละ มันควบคุมยาก) การปรับสภาพลานให้มีคุณภาพพอๆกับพื้นที่ใช้ในการแข่งขันระดับโลก จริงๆรื้อออกแล้วทำพื้นน้ำแข็งใหม่เลยจะดีกว่าเพราะรู้สึกว่าจะทำไม่ดีมาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่แน่ใจว่าเลือกแผ่นน้ำแข็งเกรดไหนมา ไม่อยากจะ Complain เรื่องขนาดลาน เพราะพื้นที่เล็ก (จริงทำให้ใหญ่กว่านี้หน่อยตั้งแต่แรกก็ยังได้)
  • นับเวลานับตั้งแต่ลงไปอยู่บนพื้นน้ำแข็งแทนที่จะเป็นการนับตั้งแต่ตอนซื้อบัตรและเดินเช้าไป โดยช้ระบบแบบบัตรจอดรถ จะออกก็จ่ายเงินส่วนที่เกินไป (ถ้าให้ดีเล่นก่อนจ่ายทีหลังยังได้)
  • งดเก็บค่าเช่ารองเท้า ให้เหลือเป็นค่ามัดจำก็พอ จริงๆรองเท้าก็ป่วยขนาดที่ว่าถ้าคนเล่นไม่เป็นใส่อาจจะข้อเท้าพลิกได้เลย น่าจะเปลี่ยนใหม่แล้วจัดทีมคอยดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ไปเลยสองสามคน

edit @ 18 Nov 2009 11:10:13 by Mystery88

edit @ 18 Nov 2009 11:13:48 by Mystery88

Fitness #4: Plyometric Training

posted on 24 Oct 2009 21:58 by mystery88  in Sports

ส่วนของการป้องกันในประเภทนี้ เกี่ยวกับการกระโดด หรือการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว บอกเลยว่า สนุกพอสมควร ถ้าได้รู้ว่าการวอร์มในกลุ่มนี้มีอะไรบ้าง ในเล่ม ส่วนนี้มีอธิบายถึงกล้ามเนื้อสามส่วนที่สำคัญ อันนี้ขอข้าม (เพราะไม่ลงลึกอยู่แล้ว หุหุ)

ช่วยในเรื่องของการลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บเพราะเล่นกีฬายังไง?

เป็นการสร้างกล้ามเนื้อให้รองรับการฝึกที่หนักๆได้ โดยเฉพาะกีฬาที่เกี่ยวข้องกับความเร็วที่ใช้กล้ามเนื้อเป็นหลักอย่าง วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ยิมนาสติก หรือเสก็ตก็รวมด้วย

Plyometric ยังเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังจากการบาดเจ็บด้วย แต่... ไม่ใช่ทุกคนที่จะฝึกส่วนนี้ได้ เพราะ Plyometric นี้เป็นโปรแกรมการฝึกเฉพาะนักกีฬาเท่านั้น และนี่เป็นข้อที่ควรระวัง

  • ประเภทนี้ ถึงจะเกีย่วกับการกระโดด น่าจะเหมาะกับเด็ก และวัยรุ่น จริงๆแล้ว เปล่าเลย ถ้าจะฝึกประเภทนี้ ทำในแนวเล่นๆจะดีกว่า อารมณ์แบบ กระโดดเชือกยาง อะไรแบบนี้
  • การจะเริ่มโปรแกรม Plyometric ต้องมีการวอร์มที่ค่อนข้างละเอียด เรียกว่า ถ้ากล้ามเนื้อยังไม่พร้อมก็เริ่มโปรแกรมนี้ไม่ได้
  • ต้องอยู่ในความดูและของโค้ช หรือผู้ฝึกที่ชำนาญ สำหรับการทำ Plyometric ที่ค่อนข้า่งหนักกว่าปกติ (ประเภทฝึกเพื่อเสริมกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน คล้ายๆ Strength Training หรือ Weight Training น่ะแหละ)
  • ห้ามทำเกินขนาด เพราะส่วนมาก บางท่านี่อาจจะทำเพลินจนลืม ถึงกล้ามเนื้อคนรับได้ไม่เท่ากันก็เถอะนะ อันนี้ก็... no comment แล้วกัน (ไม่ได้มีแฟนเป็นครูฝึกสอนฟิตเนสนี่หว่า)

จบข่าว กันดื้อๆไปเลยแล้วกัน... รอ วันที่มีคนรีเควสมาขอรายละเอียด ค่อยมาปรับแก้ เพราะรู้สึกจะลงลึกไปก็เท่านั้น ก็ไม่มีใครอ่านนี่หว่า จาเอารัยกะตรู (ที่ไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์การกีฬามา แล้วก็ไม่มีที่ไหนมานจารับด้วย) ความจริงคือ Plyometric แอบดูๆ จำๆ มาเล็กน้อย โปรแกรมมันใช่ย่อยซะที่ไหน เกี่ยวไปถึงเรื่องที่ต้องมีการวัดจากกล้ามเนื้อ วัดอัตราการเต้นของหัวใจงี้ จุกจิกเลยล่ะ ^^

Book Buffet @ Bookoutlet, Amrin Plaza

posted on 22 Oct 2009 23:41 by mystery88

อันนี้ ถ้าเขียนในแบบของวิจารณ์+ไอเดีย+ท่องเที่ยวคงจะไปอยู่อีกบล็อกแทน แต่อันนี้มาบอกเล่าเฉยๆ

ไม่รู้ว่ามีคนที่รู้ว่ามีกิจกรรมแบบนี้กี่คน คงจะเป็นคนที่ไปเดินแถวนั้นบ่อยๆล่ะมั้ง (อมรินทร์พลาซ่า กับเดอะมอลล์งามวงศ์วาน) จริงๆมีมาก่อนที่งานหนังสือที่ศูนย์สิริกิตติ์เริ่มด้วยซ้ำ แต่เพิ่งจะรู้มาไม่กี่วันนี่เองว่ามี Book Buffet 999 THB. เลยขอโฉบไปหน่อยที่อมรินทร์ ส่วนถ้าถามว่าไปมาคุ้มมั้ย ในแง่จำนวน(แบบพวกที่โลภหน่อยๆ)ได้มาไม่เท่าไหร่ ถ้าแง่ของคุณภาพล่ะก็ เลือกมาแต่หนังสือที่จะใช้แน่ๆ และชอบจริงๆ ใส่ถุงแล้วจะนวนิยายยัดไปอีกสาม-สี่เล่มยังได้เลยด้วยซ้ำ แต่เราไม่เอามาหรอกเอามาทำไม ไม่อ่านอยู่แล้ว ถ้าจะให้คนอื่น จะรู้มั้ยล่ะว่าคนเขียนคนไหนที่เค้าชอบอ่านประจำ ถึงเป็นขาประจำของนักเขียน คงจะซื้ออ่านไปนานแล้ว


ข้อดี

  • หนังสือเยอะดี เลือกได้ทั้งร้านจริงๆนะ
  • บริการดี (ไม่เหมือนบางร้านที่แบบว่าราคาแพ้ง แพง ลดก็ไม่ลด แล้วยังหยิ่งอีกตะหาก)

ข้อเสีย

  • หนังสือเก่าโคตร แบบบางเล่มมีแอบๆพังด้วย ประมาณว่าหนังสือใหม่ไม่มีเอามาวางประหนึ่งว่าจะปิดกิจการยังไงยังงั้นเลยทีเดียว
  • ถุงที่ให้ยัดหนังสือเล็กไปหน่อยนะ ^^ แต่อย่างว่า ถ้าเป็นประเภทนวนิยายล่ะก็ สามารถเอามาได้เหมือนไปซื้อเสื้อแถวโบ้เบ้เลยอะ
สรุปว่าไปหิ้วมา ถ้าจ่ายเงินเองคงจะโดนด่าเละ เพราะรวมยอดเงินมาตกหมื่นนึง แต่อันนี้เค้ากดจากราคาเต็ม (หลายเล่มมีป้ายลดราคาติดประมาณว่าลดกี่ทีก็ยังไม่มีคนซื้อ) มีเล่มนึงที่ชอบนะ (อัพเดทเก็บไว้เสร็จมะไหร่) ตั้งใจจะ่บริจาคให้เด็กโดยเฉพาะ  แต่ไม่รู้เด็กที่ไหน ที่อ่านภาษาอังกฤษได้ระดับนึง T_T ก็หนังสือที่เราเลือกมาเป็นประเภทเนื้อหาสาระ (อ่านมั้ยนี่อีกเรื่อง หุหุ) กับประเภทที่รูปแบบหนังสือแปลกๆนี่หว่า อ่อ งานนี้มีถึงสิ้นเดือนนี้ ช้าหมดอดของดี?!? ;P

ล้อเลียนโฆษณาประกัน

posted on 20 Oct 2009 23:02 by mystery88  in Music

 

คงจะเห็นกันไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้มาลองร้องเพลงล้อเลียนในจังหวะเดิมบ้าง (โคตร...ฮา ใครคิดเนี่ย 555+)

When I was a just alittle staff
I asked Ma-nager what will I be
Will“salary up”
Will I be rich
Here's what she(he) said to me
Que sera sera
Salary will not increase!!
The Future’s not ours to see.....
Que Sera Sera

When I was ajust a little staff
I askedMa-nager what will I be
Will“bonus better”
Will I be rich
Here's what she(he) said to me
Que sera sera
The bonus may not be paid!!!!!
The Future’s not ours to see.....
She(he) say “Sorry” to me

When I was an Employee
I asked Manager, What would I Be
Will i be rich ,
"Will Salary increase"
Here's Manager said to me

"Que Sera Sera

Salary No Way increase,
The Future is no way to see.....

Que Sera Sera

Salary decrease"

บล็อกนี้จะแสดงผลได้ดีกว่าในบราวเซอร์ Firefox นะจ๊ะ ^^

Enter your email address:

Delivered by FeedBurner

free counters