ตอน :: สหกิจฯ เจ้าปัญหา
 
สหกิจศึกษา เป็นอีกหนึ่งรายวิชาในหลักสูตรที่มีการบังคับใช้ในทุกๆ สาขาวิชา (ไม่รวมสายวิชาชีพเฉพาะทางอย่าง ครู หรือกลุ่มหมอนะ) แต่ที่ไม่จัดไปอยู่ส่วนของบล็อกรวมเรื่องเนื้อหาการเรียนเพราะมันเป็นวิชาที่บูรณาการ (ประยุกต์ใช้นั่นแหละ ไม่รู้จะใช้ศัพท์ยากทำไม??) ทุกรายวิชาที่นักศึกษาเรียนมาตั้งแต่เข้ามาปี 1 จนวิชาสุดท้ายที่เพิ่งสอบไปมาใช้ในการทำงานจริง ในระยะเวลา 4 เดือน (ซึ่งบางที่นี่เรียนผ่านโปรฯ แล้วนะ) ไม่มีการเรียนในที่ที่คุ้นเคย ทั้งผู้สอน ทั้งบรรยากาศ รวมทั้งอีกหลายๆ อย่างที่สามารถเปลี่ยนนักศึกษาให้เป็นคนใหม่ได้ไม่น้อยเลยเหมือนกัน แต่ภาระมันก็ยังเกิดขึ้นกับอาจารย์อยู่ดี!!
 
จขบ. แบ่งระยะของสหกิจศึกษาเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงก่อนออกสหกิจ ช่วงที่นักศึกษาออกสหกิจ และหลังจากที่นักศึกษากลับจากการออกสหกิจฯ
 
ปัญหาช่วงที่เกิดจริงๆ อยู่ที่ตอนก่อนจะออกสหกิจ ซึ่งเป็นเรื่องของเอกสาร และการติดต่อล้วนๆ แต่ก็ยังไม่พ้นปัญหาแม้ว่าจะบอกชัดเจนแค่ไหนก็ตาม... มาเกิดปัญหาหนักสุดตอนช่วงที่พวกนางและนายทั้งหลายประจำการอยู่ตามที่ทำงานต่างๆ (ซึ่งขนาดให้เลือกเองแล้วนะ...) แต่ก็ว่าอะไรมากไม่ได้เพราะลำพังคนทำงานในคณะ เห็นหน้ากันทุกวันเองก็เจอปัญหาเหมือนกัน (บอกได้แค่ว่า จบไปทำงานแล้วจะรู้ว่า "นรก" มีจริง และยากที่จะหา "สวรรค์" ของการทำงานเจอ 555+)
 
ปัญหากวนใจระหว่างที่นักศึกษาจอมป่วนออกสหกิจศึกษาตามสถานประกอบการที่ (ส่วนมาก) นางๆ นายๆ เลือกกันเอง มักจะเป็นปัญหาภายในของอาจารย์มากกว่า (อีชั้นขู่ไว้แล้วว่า เลือกเอง ห้ามบ่น ทนทำๆ ไปก่อน) ปัญหากับสถานประกอบการ ถือว่าค่อนข้างโชคดี ไม่ค่อยมีนอกจากว่า เวลาไม่ตรงกับแผนออกนิเทศที่ส่งไปก่อนหน้านี้ (รายละเอียดไม่ขอแฉ เอ้ย บอก!! ละกันนะ)
 
ปัญหาหลังจากพวกนางและนายกลับจากการออกสหกิจ คือ ต้องมีกิจกรรมทำกันต่อ ไม่ว่าจะเป็นนำเสนอ นิทรรศการ ส่งรายงาน หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหกิจ แต่สำหรับเราแล้ว นักศึกษาไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่ เวลา 4 เดือนเปลี่ยนพวกนางและนายเป็นคนที่มีความคิด มีความรับผิดชอบสูงขึ้นเยอะ แค่บอกสิ่งที่ต้องทำ กำหนดวันและเวลาให้ แค่นี้ที่เหลือพวกนางและนายก็จะจัดการกันเองเรียบร้อยแบบไม่ต้องย้ำ ไม่ต้องคุมงานเหมือนที่เคยทำ แต่ไปมีปัญหากับอาจารย์ด้วยกันเองมากกว่า -เพราะการออกนิเทศสหกิจมันมีค่าใช้จ่าย!!!- ซึ่งคงไม่มีใครอยากจะพูดถึงอะนะ - -"
ตอน :: เบื้องหลังงานรับปริญญา
 
1 - สถานที่
ช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมาเป็นช่วงเทศกาลรับปริญญา แต่ละมหาลัยก็จัดกันคนละวันกันไป บางสถาบันก็ไปเช่าพื้นที่ข้างนอกจัดพิธี บางทีก็จัดในสถาบันเองเลย สถานที่จัดก็มีการตกแต่งตามสไตล์ของแต่ละสถาบันด้วยเหมือนกัน (ไม่รู้ว่าตามงบประมาณที่ได้รับด้วยมั้ยนะ 555)
คณะ และ ม. จขบ. รับจัดสถานที่รับปริญญาทุกปี ตั้งแต่ที่เข้ามาทำงาน ซึ่ง แอบกวนวันหยุดประจำ สะดวกไปบ้าง ไม่สะดวกไปบ้าง ช่วยงานเท่าที่ช่วยได้ เพราะไม่ใช่คนหลัก (คือให้ทำจริงๆ จัง คงไม่ต้องจัดกันพอดี เกรงว่าจะเละเทะไปหมดก่อนอะนะ)
 
2 - เรื่องจุกจิกตามประสาไทยๆ
รายละเอียดในแบบที่บรรดานักศึกษา หรือกระทั่งสมัยที่ จขบ. รับปริญญา ที่นอกเหนือจากเรื่องของการแต่งกายตามระเบียบตั้งแต่วันซ้อมจนวันรับจริง ก็ไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าซ้อมกระบวนการเดิน การรับใบปริญญา กลับไปนั่งที่ ถ้าจะหลับก็เนียนๆ ให้ไม่น่าเกลี่ยดเกินไป ทำนองนี้มากกว่า แต่...
 
3 - อาจารย์กำกับแถว!!
สังเกตมั้ยว่าทุกแถวจะมีคนที่แต่งชุดครุยไม่เหมือนชาวบ้าน หรือใกล้เคียงๆ บ้าง คือ ใส่ชุดครุยของสถาบันที่จบ หรือไม่ก็ใส่เป็นครุยอาจารย์ประจำสถาบันนั้นๆ ทับเครื่องแบบปกติขาว ... อ.เอกชนไม่แน่ใจนะ อ. กำกับแถว ต้องทำอะไร?? นอกจากต้องไปวิ่งเช่าชุดขาวสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใส่บ่อยๆ อย่างระดับบริหารสถาบันแล้ว ทาง ม. มีสวัสดิการสั่งตัดชุกครุยอาจารย์ประจำให้ ซึ่งอาจจะต้องตามข่าวเองบ้าง เข้าประชุมเรื่องพิธีการต่างๆ ต้องพยายามจินตนาการสภาพการฝึกซ้อม เพราะต้องไปซ้อมรวมกับบัณฑิตเลยทีเดียว (คือ ไม่ให้ตรู เตรียมตัวมั่งเรยยย) ไปซ้อมรวมก็ใช่ว่าจะซ้อมอย่างเดียว เพราะต้องเช็คชื่อ เช็คความเรียบร้อยตามระเบียบให้บัณฑิตด้วย คอยเรียกแถวรอกว่าจะเข้าหอประชุมอีก ส่วนในห้องประชุมเมื่อพิธีเริ่มก็คอยให้สัญญาณคำนับทำความเคารพสำหรับฝั่งซ้าย และให้สัญญาณบอกลำดับแถวให้บัณฑิตกลับเข้าที่นั่งสำหรับฝั่งขวา เสร็จสิ้นพิธีก็เป็นอันว่า แยกย้ายกันไป (ทางใครทางมัน) นี่คืออีกประสบการณ์ที่คนเป็น อ. พิเศษ แบบไม่มีสถาบันสังกัดเป็นหลักแหล่ง (หมายถึง เป็นอาจารย์ประจำพร้อมมีตำแหน่งงานรอง - ที่มักจะเยอะกว่างานสอนและงานวิจัยรวมกัน - ในสถาบันที่อยู่ในระบบการศึกษามาตรฐาน - มั้ง - ของประเทศไทย) จะไม่ได้รับ
 
4 - กำกับแถวเพราะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา... กับวันที่ส่งผู้โดยสารขึ้นฝั่ง!!
สิ้นสุดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว เป็นอันว่าบัณฑิตจบการศึกษาโดยสมบูรณ์ เข้าสู่ชีวิตการทำงานเต็มตัวจริงๆ จังๆ แล้ว ในฐานะของอาจารย์ที่ปรึกษา (จึงต้องไปทำหน้าที่อาจารย์กำกับแถวด้วย) แอบใจหายเหมือนกัน ย้อนเวลาไปเมื่อวันที่รับเข้ามา เราก็ใหม่แบบไม่ได้เต็มใจจะเป็นอาจารย์เท่าไหร่ นศ. ก็ใหม่ เจออาจารย์ที่ปรึกษาปากม๋าให้กำลังใจโคตรเป็นมากเลย เอาตัวเองยังไม่รอด เลยสรุปว่า ช่วยๆ กันเอง ไม่ก็ช่วยดูแลตัวเองกันไปก่อน ถึงเราจะไม่มีประสบการณ์ในการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา แถมสมัยเรียน เพราะเป็น ม. คนละแนวกัน คือ เน้นให้ดูแลตัวเองซะเยอะ ได้คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาของตัวเองจริงๆ แค่ตอนเอาจดหมายขอเรียนต่อโทไปให้เซ็นแค่นั้น เลยไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่เราก็เป็นห่วงอยู่ลึกๆ คอยเตือน คอยบอกได้ก็ทำ (ส่วนมากผ่าน Facebook - ตอนนั้นยังไม่มีไลน์ จนบัดนี้ ก็คุยทักทายกันในไลน์เรื่อยๆ) ห่วงที่สุดคือ ปี 4 เทอม 1 ที่นักศึกษาต้องไปสหกิจ (คล้ายฝึกงาน แต่นานกว่า เรียกว่าพ้นโปรกันเลย) เพราะความที่เราไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ได้สนใจอะไร และไม่บังคับให้นักศึกษาต้องร่วมกิจกรรม อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำ การเอาตัวรอดของแต่ละคนเลยจัดว่าค่อนข้างฉลุย แต่โดนด่ากลายๆ มา ว่าเราไม่ร่วมมือกับกิจกรรม... (ทีเวลาทำงานให้นี่ เคยเห็นหัวกันมั่งมั้ยล่ะ? เสนอหน้าแต่ไม่ทำงานอะ อย่าคิดว่าทำไม่เป็นนะ แต่ไม่ชอบเอาเปรียบใครก่อนแค่นั้น) เหมือนจะไม่ได้ดูแล แต่ห่วงๆ อยู่ห่างๆ 555 จบเป็นบัณฑิตกันไปเกือบหมดแล้ว แต่เพราะเทคโนโลยีก็ยังได้คุยกัน กวนประสาทแก้เครียดให้เด็กๆ บ้างเป็นระยะ คอยเตือนเรื่องทำงานบ้างเหมือนกัน นิดๆ หน่อยๆ ให้ฝึกสร้างภาพกันพอเป็นพิธี
- ส่งผ่านความคิดถึง ^ ^ -- ไงล่ะมึง นรกมีจริง ใช่ป่ะล่ะ?? --
ตอน :: เปิดเทอมรับ AEC แต่...
 
2557 ปีนี้เป็นปีแรกของความวุ่นวายจากการเปิดเทอมแบบอาเซียน รับ AEC กันจุงเบย... ถามหน่อยว่าประเทศไทยพร้อมแล้วจริงๆ หรือ?? จำไม่ได้ว่าได้ยินจากไหนมา แต่ก็เป็นเหตุ เป็นผลดีนะ เปิดเทอมตาม AEC เด็กไทยแอบเดือดร้อนนะ เพราะปกติ เราจะปิดเทอมกันช่วงหน้าฝน และหน้าหนาว ซึ่งหน้าฝน เป็นช่วงที่เด็กๆ ในบางพื้นที่ของประเทศเจอน้ำท่วมประจำ หรือช่วงหน้าหนาวก็มันจะมีแปลนไปเที่ยว หรือบางคนก็ไปหางานพิเศษทำเพราะช่วงนี้คนไปเที่ยวกันเยอะทั้งคนไทย ทั้งชาวต่างชาติ แล้วมาเปิดเทอมแบบอาเซียน เด็กต้องลุยน้ำไปเรียน?? อดได้รายได้พิเศษช่วงฤดูท่องเที่ยว?? อย่าว่าแต่เด็กมหา'ลัย งงเลย คนสอนก็งงไปด้วย เพราะก่อนหน้าจะเปิดเทอมแบบนี้ หยุดกันยาวจนลืมกันไปเลยว่าสอนอะไร ยังไง แถมงานอื่นสารพัดแทรกมาเป็นระยะอีก (ความจริงคือ ปิดเทอมของมหา'ลัยเป็นช่วงที่งานเยอะที่สุด!!) และแล้วมันก็ผ่านไป แบบ งง งง เล็กๆ แล้ว เทอม 2 ยังไงหว่า?? ประมาณนี้ สักพักคงจะชินไปเองล่ะมั้ง - 0 -" นั่แค่เบาๆ เรื่องเปิดเทอมนะ ยังมีเรื่องหลักสูตร เรื่องภาษา สังคม วัฒนธรรมอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เจอกันแบบจังๆ
 
และแล้วแถมด้วยการเลื่อนการปรับเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ไปเป็นปลายปี 2558 หรือประมาณ ต้นปี 2559 เนื่องจากแต่ละประเทศก็ยังคงมีปัญหาเหมือนๆ กัน ทั้งการเมือง ภาคเศรษฐกิจที่ตกลงกันไม่ได้ มาลุ้นกันต่อว่ามันจะเลื่อนอีกมั้ย??
 
ที่แน่ๆ เริ่มจะไม่พอกินละ หาเงิน หาทำเล ทำหอพักนักศึกษาดีก่า 555+
:: แรงบันดาลใจ ::
เป็นคนที่ชอบเดินงานหนังสือ หาหนังสือมาดองเค็มประจำตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ (แต่ไม่เคยเรียนได้คะแนนดีๆ กับเค้าเลย) ปกติแล้วหนังสือประเภทเรื่องชาวบ้าน หรือประวัติชีวิตคนทั่วๆ ไปที่อ่านแล้วดูสร้างภาพ ไม่ค่อยตอบโจทย์ที่เราต้องการ (ประเภทเจอปัญหาอะไรมาแล้วแก้ยังไง ไม่ค่อยมีใครบอกนะ โดยเฉพาะหนังสือธุรกิจที่ชอบอ่าน) ก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก จนงานหนังสือต้นปี 2556 ไปสะดุดตาเล่มนึง ตอนแรกก็ยืนอ่านคร่าวๆ แต่ด้วยสำนวนภาษา การเล่าเรื่องค่อนข้างสนุก น่าสนใจเลยซื้อมาซะหน่อย มันคือ...
 
"เพียงชายคนนี้ เป็นอาจารย์พิเศษ" ของ อ.คันฉัตร
 
จริงอยู่ที่เรื่องราวเบื้องหลังความเป็นอาจารย์ หรือผู้สอน หาอ่านได้ยากมาก โดยเฉพาะเรื่องราวของอาจารย์ประจำ ด้วยสาเหตุหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องที่พูดกันได้แค่เฉพาะในวง หรือพูดไม่ได้เลยก็มี ด้วยสังคม วัฒนธรรมแบบอาวุโส (หรืออำนาจกันแน่!!) ในแบบไทยๆ ทำให้ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงกับการตกงาน แต่คนเป็นอาจารย์ก็คนธรรมดาเนี่ยล่ะ มีอีโก้บ้าง หัวโขนบ้าง ตามสถานการณ์จะพาไป (รู้สึกจะมีเยอะกว่าคนเป็นอาจารย์พิเศษด้วยนะ) แต่นอกเวลางานแล้ว ก็บ้าๆ บอๆ ได้ไม่แพ้กับนิสิต นักศึกษาที่ตัวเองสอนอยู่ดีอ่านบันทึกของอาจารย์หลายท่าน (บันทึกแบบไม่ได้มีการตีพิมพ์) เขียนกันสนุกๆ ทั้งนั้นเลย ต้องบอกก่อนว่าเราไม่สามารถเขียนให้ออกแนวนั้นได้ ช่วงนี้ ฝึกการเป็น Blog Entertainer ฝึกหัด เผื่อจะมีช่องทางทำเงินเพิ่มขึ้น 555+ อันนั้นเค้าเป็นอาจารย์พิเศษ!!!
 
มาดูมุมอาจารย์ประจำกันหน่อยเป็นไง??
อ่านต่อใน Part ต่อๆ ไปเลยจร้า (แอบเขียนแบบ งงๆ แบบพายเรือในกระโถนอะนะ 555+)

วันนั้น - วันนี้ ภาค 2

posted on 07 Mar 2015 12:33 by mystery88 in Thinking
และแล้วก็ได้เริ่มต้นกับกีฬาฟันดาบเมื่อ 17 สิงหาคม 2555
 
ประเดิมแมชแข่งแมชแรก ฟอยล์บุคคลหญิง อาคารรณภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศ เมื่อ 23 พฤษภาคม 2554 ที่นับว่าเป็นแมชแข่งที่พร้อมที่สุดนับจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านรอบ Pool เข้าไปเล่นรอบ 15 แต้มหรอกนะ 555
 
แมชที่เครียดที่สุด คือ Thailand Open ที่แฟชั่นไอร์แลนด์ ประเภทฟอยล์ทีมหญิง ที่เจอกับรุ่นเยาวชนทีมชาติจากไต้หวัน รู้สึกจะเป็นรอบชิงเหรีญเงินมั้ง แต่ทีมได้เหรียญทองแดงแทน
 
แมชที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือแมช TU Master ที่ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต 14 กันยายน 2557 เพราะดันทะลึ่งเข้ารอบไปเล่น 15 แต้มได้หน้าตาเฉยมากกทั้งที่แทบไม่ได้ซ้อม!! เพราะหลังจากติดต่อขอเป็น Dealer อินไลน์ฟิกเกอร์ Snow Whiteไปเมื่อสิงหาคม 2556 ก็เบาดาบลงไปเยอะ พยายาม PR Inline Figure แต่เพราะมันไม่มีคนเล่น ไม่มีโค้ช ฝึกเองตามยถากรรมเลยไม่ค่อยเวิร์คนัก ถูๆ ไถๆ ไปเรื่อยๆ ตามกำลังที่คนคนเดียวจะทำไหว แต่ก็ยังไม่วาย จัดการทำเป้าเอาไว้ยืนแทงฝึกมือบ้างตามอารมณ์ (ว่าไปโมโหใครมารึเปล่า) พื้นที่มีพอสำหรับยืนแทง กับสเต็ปอีกก้าวนึง
 
...............................................................................................
เป็นคนที่ชอบบันทึกนะ แต่เป็นบางอารมณ์มากกว่า ส่วนมาก ความทรงจำดีๆ ไม่ค่อยมีเลยไม่ค่อยอยากจะจดอะนะ แต่อันนี้ เพราะมันเป็นความตั้งใจจริงๆ เลยเก็บไว้
... กุทำอะไรไปเนี่ย?????
0 ชม. - คู่แรกของ Piste 6 เริ่มเล่น...
1 ชม. - ป้วนเปี้ยนแถว Piste 6 ดูมีปัญหายังไงไม่รู้เนอะ - -"
2 ชม. - ยืมของคนอื่นมาใช้เพราะลืม ของสำคัญด้วย... ก็ปกติไม่ได้ใช้เลยเก็บไว้อีกทีนึง ตอนหยิบก็เปลี่ยนกระเป๋าซะหลายใบกว่าจะหาใบเหมาะๆยัดได้  -"""-
3 ชม. - เช็คชื่อที่สนามแข่ง มันมีให้ใช้ชื่อในวงการได้ป่ะ?? จะไปลองขุดชื่อที่หมอดู (ที่เค้าบอกว่าแม่น) มาลองใช้ดูดิ๊ ว่าดีจริงป่าว 555 (ลองของประจำ แหม... กล้ารับหน่อยเหอะ ว่าทายแม่นได้สักกี่ % อย่างน้อยเราก็คนนึงล่ะวะที่กล้าบอก ว่ามันไม่แม่นเสมอไป 555)
4 ชม. - ยังวนหาทางเข้าโรงเรียนนายเรืออากาศอยู่ - -" ถ้าออกช้ากว่านี้คงไม่ทันกิน
5 ชม. - เช็ค Tablet นิดหน่อย และออกไปขับรถหลงทาง
6 ชม. - ยังนอนเฝือบนที่นอนกับน้องหมา 555 บ้านอื่น ตี 5 หมาก็ตื่นกันหมดแล้ว บางวันที่ล้ามากๆ นอนตื่นสาย อีก็ตื่นสายไปด้วย
 
นอกเหนือจากนี้ Private Time แบบคนปกติ เล่นเกมบ้าง เล่นกะหมาบ้าง รีบอ่านหนังสือที่สต็อกไว้ให้หมดแล้วจะได้ไปยืมที่ TK Park มาอ่านต่อ จะทำลายสถิติโลกรึยังไงเนี่ย???
...ทุกสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะมี อีก 1-3 ปี มันก็จะมาจริงๆ แต่ส่วนมากเป็นอะไรที่เราเป็นคนลงมือทำเองไม่ได้...
ในระยะเวลาช่วงที่ว่านี้ ขอทำนายว่า ดาบสากลของไทยจะกลายเป็นกีฬาที่นิยม... (ตั้งแต่กุไปเรียนขี่ม้า จนมาถึงสเก็ตน้ำแข็ง แระ - -" เหมือนกันเลย... เล่นก่อนที่มันจะฮิตอยู่แปบเดียว คนไม่รู้จากไหน แห่กันมาเรียนตาม)
 
15 ชม. - ซื้อท่อน้ำมาครอบดาบแล้ว 2 เมตร เกินแต่ก็ใช้ไม่เหลือ เพราะเอาชิ้นส่วนที่เกินมาประกบขยายส่วนโคนใบที่บากไว้แทน บรรเจิดอีก.. กะจะทำนู่น นี่ นั่น มากกว่านี้ แต่ถ้าขืนทำคงได้อดนอนอะ เลยนั่งพันหัวดาบใหม่ เอาวาสลีน ปิโตรเลียมเจล มาลองทาใบดาบดู เพราะเคยรู้มาว่านักเสก็ตบางคนใช้วาสลีนอันนี้ทาเบลดรองเท้าเหมือนกัน แต่ไม่เคยใช้เพราะเช็ดแห้งแล้วเก็บในถุงผ้าตลอด มันก็ไม่ขึ้นนะ
17 ชม. - เดินทางกลับบ้านในเมือง > ทำยังกะว่าไปเที่ยวต่างจังหวัดที่ไหนไกลๆมา  -"""-
18 ชม. - เห็นตัวโปรใหม่ของ Starbucks ขอหน่อยเหอะ เพราะตัวโปรของร้านกาแฟนี้โอเคกว่า ส่วนพวกเมนูประจำร้านนี่ กาแฟรถเข็นแก้วละ 15 บาท ทำได้ถูกใจกว่านะ > เข้าใจมั้ยว่าทำไมธุรกิจเล็กถึงยังอยู่ได้??
19 ชม. - เดินตะลุยหาของที่ต้องการ > บรรเจิดได้ตลอดเวลา เอามาทำของเข้าสต็อกรอไปปล่อยตลาดนัดเล่น แต่ของที่จะขายจริงๆ วางตัวเองไว้ที่ระดับเกือบ Hi-End ที่เน้นคุณภาพคู่กับความอาร์ต (ดูแล้ว ท่าจะเป็นแนวที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่)
20 ชม. - ไปเดินอยู่บนลานน้ำแข็งที่ Mega Bangna เป็นการเล่นที่ใช้เวลาสั้นที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา... 20 นาที เปลืองตังค์ป่ะ แต่ลานที่นี่ก็เกินไปเล่นดักแสกนบัตรตั้งแต่หน้าทางเข้าลานแล้ว นับเป็นชั่วโมงอีกตะหาก กว่าจะวอร์ม กว่าจะใส่รองเท้าเอาจริงๆก็เกือบ 30 นาทีแล้ว
21 ชม. - บ้านบางนา ถ่ายรูปสมุดบันทึกบางส่วนที่จะเอาไปเปลี่ยนแทนอันที่โพสบนเว็บไปแล้ว >> ดูดีแค่บางภาพ เพราะไม่มีอารมณ์จะถ่าย
22 ชม. - บ้านบางนา ไปแอบวอร์มเองเบาๆ เพราะหน้ากากไม่แห้ง -"""-
23 ชม. - กินข้าวเที่ยง หลังจากน้ำย่อยกัดกระเพาะไปแล้วบางส่วน 555+ ก่อนจะออกจากคณะไปทำภารกิจอื่นต่อ
24 ชม. - จัดเอกสารนิเทศสหกิจไว้ให้อาจารย์นิเทศ แต่ยังไม่ได้ตกลงกันว่าใครจะไปนิเทศที่ไหน
 
.................................................................
นอกจากการเป็น Dealer Inline Figure เป็นสาเหตุที่แทบจะหยุดการเล่นดาบอย่างถาวรแล้ว ยังมีอีกอย่างด้วย เพราะเวลามันค่อนข้างตรงกัน เอาไว้มาต่อเป็นภาค "Big Project" แล้วกันนะ ^ ^

Favourites

free counters